แจก E-Book ฟรี
รวบรวมหนังสือวิชาการและบทสวดมนต์ แตกฉานในพุทธศิลป์
พระสมเด็จเกษไชโย ชุดที่ 1
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับการรวบรวมภาพ **พระสมเด็จเกษไชโย** ของ **สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)** ชุดที่ 1 (รหัส Chaiyo: 001-050) สำหรับการศึกษาและสะสม สรุปได้ดังนี้: - **ชื่อพระเครื่อง:** พระสมเด็จเกษไชโย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) - **ตระกูลพระ:** พระสมเด็จ กรุพระมหาพุทธพิมพ์ จังหวัดอ่างทอง - **ที่มาและการสร้างโดยย่อ:** - พระสมเด็จเกษไชโยชุดนี้ได้รับเป็นมรดกมาจากครูอาจารย์ - สร้างจากวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร - นำไปบรรจุ กรุที่พระมหาพุทธพิมพ์ จังหวัดอ่างทอง ตั้งแต่สร้างพระใหญ่เสร็จแล้ว - หลักฐานที่ปรากฏจากหลังองค์พระบางพิมพ์ ระบุตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ เป็นต้นมา จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๑๑ - มีจำนวนหลากหลายพิมพ์ หลายเนื้อ หลายสี - **วัตถุประสงค์ในการรวบรวม:** - รวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น, ๖ ชั้น และ ๓ ชั้น ที่หาชมได้ยาก - เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง - **การนำเสนอภาพพระ:** นำเสนอพระสมเด็จเกษไชโย ชุดที่ 1 โดยมีรหัสองค์พระตั้งแต่ Chaiyo : 001 ถึง Chaiyo : 050 - **ข้อมูลเจ้าของพระและติดต่อ:** - เจ้าของพระคือ ดร.สุธี แก้วเขียว - เบอร์โทรศัพท์ 094-3546214 - มีช่องทางติดต่อผ่าน LINE - **คำแนะนำ:** "เรียนรู้พุทธศิลป์ สะสมอย่างรู้คุณค่า"
พระสมเด็จเกษไชโย ชุดที่ 2
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับ **พระสมเด็จเกษไชโย** ของ **สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)** ชุดที่ 2 สำหรับการศึกษาและสะสม โดยมีรายละเอียดดังนี้: * **ตระกูลพระและแหล่งที่มา:** เป็นพระสมเด็จที่สร้างจากวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร และนำไปบรรจุกรุที่พระมหาพุทธพิมพ์ จังหวัดอ่างทอง * **ช่วงเวลาการสร้าง:** หลักฐานที่ปรากฏจากด้านหลังองค์พระบางพิมพ์ ระบุตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ เป็นต้นมา จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๑๑ * **ลักษณะพระที่พบ:** พระที่พบเห็นมีจำนวนหลากหลายพิมพ์ หลายเนื้อ หลายสี และมีพุทธศิลป์ความสวยงาม * **วัตถุประสงค์ในการรวบรวม:** เพื่อรวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น, และ ๓ ชั้น ที่หาชมได้ยาก เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง * **การนำเสนอภาพพระ:** เอกสารนำเสนอภาพพระสมเด็จเกษไชโย โดยมีรหัสองค์พระตั้งแต่ **Chaiyo : 051** ถึง **Chaiyo : 100** * **คำแนะนำ:** เน้นย้ำให้ "เรียนรู้พุทธศิลป์ สะสมอย่างรู้คุณค่า" * **เจ้าของพระและข้อมูลติดต่อ:** เจ้าของพระคือ ดร.สุธี แก้วเขียว สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 094-3546214 และมีช่องทาง LINE
พระสมเด็จเกษไชโย ชุดที่ 3
ประเด็นสำคัญสำหรับไฟล์นี้ คือ การรวบรวมภาพ **พระสมเด็จเกษไชโย** ของ **สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี)** ชุดที่ 3 สำหรับการศึกษาและสะสม โดยมีรายละเอียดดังนี้: * **ตระกูลพระและแหล่งที่มา:** เป็นพระสมเด็จ ที่สร้างจากวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร และนำไปบรรจุกรุที่พระมหาพุทธพิมพ์ จังหวัดอ่างทอง * **ช่วงเวลาการสร้าง:** มีหลักฐานปรากฏจากด้านหลังองค์พระบางพิมพ์ ระบุตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๑๑ * **ลักษณะพระที่พบ:** พระที่พบมีจำนวนหลากหลายพิมพ์ หลายเนื้อ หลายสี และมีพุทธศิลป์ที่สวยงาม * **วัตถุประสงค์ในการรวบรวม:** เพื่อรวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น และ ๓ ชั้น ที่หาชมได้ยาก เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง * **การนำเสนอภาพพระ:** เอกสารนำเสนอภาพพระสมเด็จเกษไชโย โดยมีรหัสองค์พระตั้งแต่ **Chaiyo : 101** ถึง **Chaiyo : 125** * **หมายเหตุพิเศษ:** มีการระบุเลข **๒๕๐๐** อยู่ในหน้าของรหัสองค์พระ Chaiyo : 121 * **คำแนะนำ:** เอกสารเน้นย้ำให้ "เรียนรู้พุทธศิลป์ สะสมอย่างรู้คุณค่า" * **เจ้าของพระและข้อมูลติดต่อ:** เจ้าของพระคือ ดร.สุธี แก้วเขียว สามารถติดต่อได้ทางโทรศัพท์หมายเลข 094-3546214 และทาง LINE
พระสมเด็จเกษไชโย ชุดที่ 4
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้คือ การนำเสนอและรวบรวมภาพ **พระสมเด็จเกษไชโย** ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) เพื่อการศึกษาและสะสม สรุปได้ดังนี้: * **ตระกูลพระและแหล่งที่มา:** พระสมเด็จเกษไชโย เป็นพระที่สร้างจากวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพมหานคร และนำไปบรรจุกรุที่พระมหาพุทธพิมพ์ จังหวัดอ่างทอง * **ช่วงเวลาการสร้าง:** มีหลักฐานปรากฏด้านหลังองค์พระบางพิมพ์ ระบุตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๑๑ * **วัตถุประสงค์ในการรวบรวม:** เพื่อรวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ เช่น พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น, และ ๓ ชั้น ที่หาชมได้ยาก เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง * **การนำเสนอภาพพระ:** มีการนำเสนอภาพพระสมเด็จเกษไชโยหลายองค์ โดยมีรหัสองค์พระกำกับตั้งแต่ Chaiyo: 126 ถึง Chaiyo: 175 * มีการระบุขนาดพิเศษสำหรับบางองค์ เช่น "ขนาดเขื่อง" และ "ขนาดเล็ก" * มีองค์พระรหัส Chaiyo: 150 ถูกระบุว่าเป็น "พระสมเด็จองค์แรก (องค์ครู)" ที่ได้รับจากอาจารย์ ปราโมทย์ เทพพัลลภ (ปี 2552) * **ข้อมูลเจ้าของพระ:** เจ้าของพระคือ ดร.สุธี แก้วเขียว สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 094-3546214 และทาง LINE * **คำแนะนำ:** เอกสารนี้เน้นให้ "เรียนรู้พุทธศิลป์ สะสมอย่างรู้คุณค่า"
大明弘 แจกันสมัยของพระเจ้าหงจื้อ
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับแจกันที่มีการอ้างถึงสมัยจักรพรรดิหงจื้อ และการเชื่อมโยงกับความสัมพันธ์และการค้าในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สรุปได้ดังนี้: **1. ข้อมูลเกี่ยวกับแจกันและสมัยจักรพรรดิหงจื้อ** * **ชื่อเอกสาร/คำจารึก:** 大明弘、治年製 (ต้าหมิงหง ซื่อเหนียนจื้อ) * **จักรพรรดิหงจื้อ (Hongzhi):** * ครองราชย์ช่วงระหว่าง ค.ศ. 1487 ถึง ค.ศ. 1505 (พ.ศ. 2030 - 2048) * คำว่า "หงจื้อ" (弘治) หมายถึง "การปกครองที่ดี" * อยู่ในราชวงศ์หมิง * ผลิตภัณฑ์เซรามิกในช่วง 17 ปีที่ครองราชย์นี้มีเหลืออยู่ไม่มากนัก * **การประเมินอายุแจกัน:** * แจกันสร้างในสมัยจักรพรรดิหงจื้อ (ก่อนปี พ.ศ. 2048) * สันนิษฐานว่าจักรพรรดิว่านลี่นำแจกันเก่า (อายุเกือบ 100 ปี) สมัยหงจื้อมอบเป็นที่ระลึกแด่สมเด็จพระนเรศวร * ประเมินอายุแจกันไว้ที่ **520 ปี** * มีการระบุว่าแจกันสร้างในสมัยจักรพรรดิหงจื้อ (สมัยที่มีการปกครองที่ดี) และนำมามอบในสมัยของจักรพรรดิว่านลี่ **2. การเชื่อมโยงกับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและราชวงศ์หมิง** * **สมเด็จพระนเรศวรมหาราช:** * เป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยาตั้งแต่ พ.ศ. 2133 (ค.ศ. 1590) * รัชสมัยของพระองค์ตรงกับสมัยของ **จักรพรรดิว่านลี่** (ค.ศ. 1572–1620) * เสด็จสวรรคตใน พ.ศ. 2148 (ค.ศ. 1605) * พระองค์ติดต่อการค้ากับจีนในช่วงต้นรัชกาล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2135 (ค.ศ. 1592) ซึ่งตรงกับสมัยจักรพรรดิว่านลี่ ขณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุ 37 พรรษา * **ความสัมพันธ์และการค้ากับจีน (ด้านตะวันออก):** * สมเด็จพระนเรศวรทรงดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจที่รุ่งเรือง โดยเฉพาะการค้ากับต่างประเทศ * การค้ากับจีนอยู่ภายใต้ระบบบรรณาการ * มีการส่งเครื่องราชบรรณาการแก่องค์จักรพรรดิของจีนตามธรรมเนียม * บันทึกของจีน 3 ฉบับกล่าวถึงเรื่องราวของพระนเรศวรและการถวายบรรณาการ ได้แก่ เจิ้งสือ (ประวัติราชวงศ์ฉบับหลวง), สือลู่ (จดหมายเหตุประจำรัชกาล), และเอกสารโบราณภาคเอกชน (บันทึกทะเลตะวันออกและตะวันตกของจางเซี่ย) * ในวันที่ 31 เดือน 10 ปีที่ 20 (พ.ศ. 2135) แห่งรัชศกว่านลี่ ราชทูตสยาม 27 คน ได้เดินทางไปถวายเครื่องราชบรรณาการ * บันทึกจีนระบุว่า สยามได้ครองความยิ่งใหญ่ในน่านน้ำทางทะเล และเสนอส่งกองทัพช่วยทำศึกสงครามกับญี่ปุ่นที่ย่ำยีเกาหลี **3. การค้ากับประเทศตะวันตก** * **สเปน:** สมเด็จพระนเรศวรทรงสนพระทัยการค้ากับสเปน มีการส่งหนังสือไปถึงข้าหลวงใหญ่สเปนที่กรุงมะนิลา (ประมาณ พ.ศ. 2137) เพื่อประสงค์การพาณิชย์ มีการทำข้อตกลงให้สยามเปิดเมืองท่าสำหรับการค้าและชาวสเปนได้รับยกเว้นภาษี อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์กับสเปนดำเนินไปอย่างไม่ราบรื่นและต้องชะงักไป * **ฮอลันดา:** บริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา (V.O.C.) เข้ามาในไทยปลายรัชสมัย (มิถุนายน พ.ศ. 2147) โดยนำปืนใหญ่ 2 กระบอกมาเป็นเครื่องราชบรรณาการ V.O.C. หวังอาศัยเรือสำเภาหลวงของอยุธยาไปค้าขายที่เมืองจีน แต่ความฝันสลายลงเนื่องจากศึกพม่าและการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนเรศวร
อาจาริยบูชา หลวงปู่ทิม อิสริโก
ประเด็นสำคัญของเอกสารนี้คือ การรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลเพื่อจัดทำหนังสืออนุสรณ์ "อาจาริยบูชา" หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ จังหวัดระยอง โดยเน้นที่ประวัติ ปฏิปทา และวัตถุมงคลที่สร้างในวาระสำคัญ โดยเฉพาะวาระสร้างอุโบสถ (พ.ศ. 2514-2517) 1. วัตถุประสงค์ของการจัดทำหนังสือ เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณและปฏิปทาของหลวงปู่ทิม อิสริโก เพื่อบูชาพระคุณของครูบาอาจารย์ ในฐานะที่เป็นสัทธิวิหาริก อันเตวาสิก และผู้เคารพศรัทธา เพื่อชี้แจงความเป็นมาของการสร้างวัตถุมงคลที่เกี่ยวกับวาระการสร้างอุโบสถวัดละหารไร่ เพื่อใช้ข้อมูลจากการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้อง เครือญาติ และอ้างอิงจากหนังสือของวัดละหารไร่เป็นหลัก โดยมุ่งเน้นความเป็นกลางและความถูกต้อง 2. ปฏิปทาและคุณธรรมของหลวงปู่ทิม อิสริโก เป็นพระมหาเถระผู้มีศีลาจารวัตรงดงามดี มีจิตใจสะอาดบริสุทธิ์ เป็นผู้เคร่งครัดในพระธรรมวินัย ปฏิบัติกิจสงฆ์ทุกวันไม่เคยขาด เป็นผู้มักน้อย พูดน้อย สันโดษ และไม่หวั่นไหวต่อโลกธรรม ฉันอาหารเพียงมื้อเดียว และไม่ยอมฉันเนื้อสัตว์ (หมู เป็ด ไก่) หรืออาหารคาว รวมถึงน้ำปลา เป็นเวลา 47 ปี ไม่ใยดีในยศตำแหน่ง โดยปฏิเสธการรับตราตั้งสมณศักดิ์ทั้งพระครูชั้นประทวน (พ.ศ. 2479) และพระครูสัญญาบัตร (พ.ศ. 2497) 3. ประวัติสำคัญโดยสรุป เกิดวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2422 มีข้อมูลที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการบรรพชาเป็นสามเณร และการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ (บางตำราระบุ 21 ปี, บางตำราระบุ 27 ปี ในปี พ.ศ. 2449, หรือ 2446) ชื่อวัดเดิมคือ วัดไร่วารี ก่อตั้งปี พ.ศ. 2354 และเปลี่ยนชื่อเป็น วัดละหารไร่ หลังจากได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2516 ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดไร่วารี ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2478 หรือ 2479 ได้รับสมณศักดิ์เป็น "พระครูภาวนาภิรัต" อย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2507 4. การก่อสร้างและพัฒนาวัด สร้างอุโบสถไม้หลังแรกและจัดงานปิดทองฝังลูกนิมิตในปี พ.ศ. 2483–2484 ก่อตั้งโรงเรียนวัดไร่วารี งามศรีราษฎร์รังสรรค์ (โรงเรียนไม้หลังแรก) ในปี พ.ศ. 2484 มอบหมายให้ปลัดธง สุขเทศน์ ดูแลการสร้างอุโบสถหลังใหม่ (แทนหลังเก่าที่ชำรุด) พิธีวางศิลาฤกษ์อุโบสถหลังใหม่: 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 พิธียกช่อฟ้า: ปลายเดือนธันวาคม พ.ศ. 2515 พิธีผูกพัทธสีมา หรือ งานฝังลูกนิมิต (อุโบสถหลังใหม่): เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2517 5. การสร้างวัตถุมงคลและตำนานผงพรายกุมาร วาระการสร้างหลัก: ครั้งแรก: พ.ศ. 2484 แจกในงานปิดทองฝังลูกนิมิตโบสถ์ไม้หลังแรก ครั้งที่สอง: พ.ศ. 2508 รุ่นฉลองสมณศักดิ์ (สร้างอย่างเป็นทางการครั้งแรก) ครั้งที่สาม: พ.ศ. 2514-2516 วาระสร้างอุโบสถหลังใหม่ ผงพรายกุมาร: แม่ส้ม (พ.ศ. 2489): สร้างผงอาถรรพ์สำหรับบรรจุในด้ามมีดหมอรุ่นแรก 5 เล่ม แม่ผง (พ.ศ. 2514/2515): สร้างผงพรายกุมาร โดยบดกระดูกเด็กในท้อง (นางสุนัน สมานศิลป์) ผสมกับผงพุทธคุณของหลวงปู่ทิม เพื่อ "เร่งพุทธคุณให้เห็นผลเร็วขึ้น" พระเครื่องที่ผสมผงพรายกุมาร: พระขุนแผน (พิมพ์เล็ก/ใหญ่), พระเศียรโต, พระสิวลี, พระพรายคู่, พระพรายเดียว, พระพิมพ์รูปเหมือน, พระจันทร์ลอย, พระปิดตา, และพระสมเด็จ วัสดุสร้างพระวาระสร้างโบสถ์ (2514-2516): ใช้บล็อกหิน (2514) และบล็อกทองเหลือง (2516) รวมถึงเนื้อผสมต่าง ๆ เช่น เนื้อกระยาสารท, เนื้อกล้วย, เนื้อข้าวเหนียว และตัวประสาน เช่น กาวลาเท็กซ์, แบะแซ, น้ำมันตังอิ้ว การบรรจุกรุในงานฝังลูกนิมิต (ก.พ. 2517): บรรจุพระที่สร้างเอง, พระที่หลวงปู่ทิมไปปลุกเสกให้วัดอื่น, และพระที่ลูกศิษย์สร้างถวาย (รวมถึงพระที่สั่งจากโรงงาน 84,000 องค์) โดยบรรจุในใบเสมาและใต้พระประธาน 6. ลูกศิษย์สำคัญ รุ่นแรก (พ.ศ. 2489): หมอทัต (ศิษย์เอกด้านว่าน สมุนไพร/แพทย์แผนโบราณ และผู้ช่วยลอกตำราโบราณ), หมอเปลี่ยน, หมอแหยม รุ่นสอง: ปู่พิน สัมฤทธิ์ (ศิษย์เอกด้านวิชาอาคม, ผู้ช่วยกดพระที่บ้านด้วยกาวลาเท็กซ์) รุ่นสาม: จำเหม่ง (นายทองสุข วงศ์จันทร์) (ผู้ใกล้ชิดที่สุด, สัปเหร่อ, มีบทบาทสำคัญในการจัดหาผงพรายกุมารแม่ผง), ลุงสาย แก้วสว่าง (ไวยาวัจกร, ผู้แกะบล็อกหินบางส่วน), หลวงพ่อสาคร (วัดหนองกรับ) (ผู้ร่ำเรียนวิชาทุกแขนงจนสำเร็จ, ช่วยแกะบล็อกพระ), หมอหลาบ (ผู้ตั้งพิธีบรรจุกรุพระในงานฝังลูกนิมิต)
อัศจรรย์พระสมเด็จเกษไชโย พิมพ์ ๓ ชั้น
หัวข้อหลักของเอกสารนี้คือ "อัศจรรย์พระสมเด็จพิมพ์ ๓ ชั้น สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) (กรุพระมหาพุทธพิมพ์ วัดไชโย วรวิหาร จังหวัดอ่างทอง)" โดยเป็นหนังสือที่รวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ เช่น พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น, ๖ ชั้น และ ๓ ชั้น ที่หาชมได้ยาก เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง (ฉบับพิมพ์ครั้งที่ ๑ วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๐) ประเด็นสำคัญที่อธิบายเกี่ยวกับพระสมเด็จเกษไชโย (พิมพ์ ๓ ชั้น) มีดังนี้: ที่มาและการสร้างพระสมเด็จเกษไชโย พระสมเด็จชุดนี้ถูกเรียกว่า "พระสมเด็จเกษไชโย" หรือ "พระสมเด็จเกศไชโย" ตามชื่อที่ชาวบ้านเรียกวัดไชโย วรวิหาร จนติดปาก แท้จริงแล้วพระชุดนี้คือ พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม เนื่องจากสร้างที่วัดระฆังฯ แล้วจึงนำไปบรรจุที่วัดไชโย วาระการสร้าง: สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการสร้างพระใหญ่ที่เรียกว่า “พระมหาพุทธพิมพ์” และการบูรณะวัดในช่วงปี พ.ศ. ๒๔๐๐ ถึงปี ๒๔๑๑ มีบันทึกของ หลวงปู่คำ วัดอัมรินทร์ (พระภิกษุผู้ช่วยสมเด็จโตสร้างพระในระยะแรกเริ่ม) กล่าวว่า แม่พิมพ์พระชุดแรกสร้างให้วัดไชโย วรวิหาร พ.ศ. ที่ปรากฏบนองค์พระ: พระบางองค์มีการปั๊มปี พ.ศ. ด้านหลัง เช่น ๒๔๐๐ (พร้อมรูปวิหารหรือโบสถ์) และ ๒๔๐๘ (พร้อมรูปเจดีย์) ความสำคัญและลักษณะเด่นของ "พระสมเด็จพิมพ์ ๓ ชั้น" พระสมเด็จพิมพ์ ๓ ชั้น เป็นพิมพ์ที่น้อยคนนักจะมีจากกรุวัดไชโย เนื่องจากภาพจำของคนส่วนใหญ่มักเป็นพิมพ์ ๗ ชั้น, ๕ ชั้น และ ๙ ชั้น พิมพ์ ๓ ชั้นที่ค้นพบในกรุวัดไชโย วรวิหาร มีอยู่ประมาณ ๓๐ กว่าพิมพ์ทรง พิมพ์ ๓ ชั้นมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า พิมพ์ขาโต๊ะ และบางองค์มีลักษณะเป็นพิมพ์ทรงโบราณ มีหน้าตาของพระปรากฏชัดเจน คล้ายการล้อพิมพ์มาจากพระมหาพุทธพิมพ์ (องค์ใหญ่) เอกลักษณ์พิเศษ: พระชุดนี้มีลักษณะ "ความบาง" ซึ่งบางกว่าที่เห็นทั่วไป บางองค์บางเท่ากับบัตรเอทีเอ็ม ทำให้เปราะบางและหักง่าย ฝีมือช่าง: พิมพ์ ๓ ชั้นทั้งหมดเป็นฝีมือช่างเมืองหลวง (ช่างอู่ต่อเรือบางขุนพรหมนอก) ที่บรรจงสร้างแม่พิมพ์ถวายสมเด็จโต การค้นพบแบบพิเศษ: พบพิมพ์ ๓ ชั้นบางองค์มีการฝังตะกรุดด้านหลัง ๒ ดอก การศึกษาและมวลสาร พระสมเด็จเกษไชโยที่ได้จากกรุวัดไชโยนี้มีประมาณ ๑๒๐ ถึง ๑๓๐ พิมพ์ทรง และมีหลากหลายสี มีการศึกษาและวิเคราะห์ ผลึกแคลไซต์ (Calcite) ในองค์พระเพื่อพิสูจน์ความเก่า ซึ่งหากพระมีอายุไม่มากพอจะไม่เกิดขึ้น ในบางพิมพ์ เช่น พิมพ์สามชั้นปรกโพธิ์ และพิมพ์สามชั้นอกกระบอก มี ผงทองคำ ผสมอยู่ด้วย วัตถุมงคลที่จัดสร้างภายหลังโดยใช้มวลสารเดิม มีการนำพระสมเด็จที่ชำรุดแตกหัก (จากวัดไชโย) มาพลีและสร้างพระใหม่เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนา เช่น พระสมเด็จนวโลกุตระ ถอดพิมพ์จากพระสมเด็จขาโต๊ะพิมพ์พิเศษหลังรูปโบสถ์ พ.ศ. ๒๔๐๐ และมอบให้เนื่องในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ ๙ (สร้างโดย ดร.สุธี แก้วเขียว) พระสมเด็จอารยะ สร้างปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ถอดพิมพ์จากพระสมเด็จพิมพ์ ๓ ชั้นแบบมีใบหู พระสมเด็จพรหมรังสี (อนุสรณ์ ๑๕๐ ปี มรณกาลสมเด็จโต) สร้างมอบให้วัดน้อย จังหวัดสิงห์บุรี และพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พระสมเด็จศากยบุตร สร้างมอบให้โรงเรียนศากยบุตรสามเณรสีหะ (มหาวิชราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย)
หน้งสือ ปิดทองฝังลูกนิมิตวัดน้อย จังหวัดสิงห์บุรี
หัวข้อหลักของเอกสารนี้คือ "อนุสรณ์งานผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิต วัดน้อย ตำบลต้นโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี" ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหนังสือที่รวบรวมและบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของการสร้างและบูรณะวัด ประเด็นสำคัญที่อธิบายเกี่ยวกับงานและวัดน้อย: ความเป็นมาของวัดน้อย: เดิมชื่อ "วัดสละบาป" เป็นวัดโบราณสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ถูกทอดทิ้งเป็นวัดร้างมาตั้งแต่เสียกรุงครั้งที่ ๒ เป็นเวลากว่า ๒๕๐ ปี พระอธิการเอนก อตฺตมโน (นามเดิม เอนก นาคพุ่ม) ได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะภาค ๓ ให้มาบูรณะและฟื้นฟูวัดร้างนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ได้รับประกาศให้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์อยู่จำพรรษาได้ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๑ และท่านได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๕๒ การก่อสร้างอุโบสถและวิสุงคามสีมา: มีการซื้อพื้นที่เพิ่มให้กับวัดเพื่อสร้างอุโบสถ เริ่มสร้างอุโบสถขนาดเล็ก กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร โดยขอแบบมาจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วางศิลาฤกษ์อุโบสถ เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๑ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐ ทรงพระราชทานวิสุงคามสีมาให้แก่วัดน้อย กำหนดเขต กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ณ วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ พิธีมอบประกาศวิสุงคามสีมาจัดขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ งานผูกพัทธสีมาปิดทองฝังลูกนิมิต: จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ ๑๒ - ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ งานกำหนดจัด ๕ วัน ๕ คืน โดยไม่มีมหรสพในภาคกลางคืน มีพิธีตัดหวายลูกนิมิตในวันพฤหัสบดี ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ วัตถุประสงค์ของงานคือเพื่อให้พระสงฆ์มีเขต พัทธสีมา ไว้สำหรับทำสังฆกรรมตามพระวินัย และเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ และรัชกาลที่ ๑๐ การสร้างวัตถุมงคล (พระสมเด็จพรหมรังสี): มีการจัดสร้าง "พระสมเด็จพรหมรังสี" เพื่อเป็นอนุสรณ์ครบ ๑๕๐ ปี แห่งมรณกาล สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) (พ.ศ. ๒๔๑๕-๒๕๖๕) มวลสารหลักที่ใช้คือพระสมเด็จเกษไชโยที่ชำรุดแตกหักที่สะสมไว้ และนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกมวลสาร ณ วัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เนื้อหาพิเศษในหนังสือ: มีบทความ "เล่าธรรม นำปัญญา" โดยหลวงปู่เอนก (พระอธิการเอนก อตฺตมโน) ซึ่งเล่าเรื่องราวชีวิต การป่วยที่ไม่ทราบสาเหตุ การบวชเพื่อดับทุกข์ การปฏิบัติธรรม การเห็นนิมิตสมเด็จโต หลวงพ่อแพ และหลวงปู่แหวน มีบทความพิเศษว่าด้วย "พระสมเด็จเกษไชโย" และการสืบสานการสร้างพระตระกูลพระสมเด็จ มีรายละเอียดของ โครงการสร้างกองทุนเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อสนับสนุนโครงการอบรมคุณธรรมจริยธรรมแก่เยาวชน บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้อง: พระอธิการเอนก อตฺตมโน (เจ้าอาวาสวัดน้อยและประธานจัดงาน) ผศ.ดร.สุธี แก้วเขียว (บรรณาธิการ, กรรมการวัดน้อย, และผู้รวบรวม/เรียบเรียงข้อมูล) รองศาสตราจารย์ ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร (อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และผู้ร่วมริเริ่มบูรณะวัด) อุบาสิกาพัชรา สุนทรารชุน (กรรมการวัดน้อย และผู้มีส่วนร่วมในการบูรณะ) พระราชรัตนมุนี (วางศิลาฤกษ์อุโบสถ และเจ้าภาพหนังสืออนุสรณ์)
วิธีการทำผงวิเศษตามตำรา โบราณ
เอกสารนี้เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับ การจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น "อริยทรัพย์มหาบารมี" ปี ๒๕๖๗ เพื่อระดมทุนสร้างอาคาร "เตปิฎกสังคีติสิทธาคาร" (อาคารสังคายนาพระไตรปิฎกและอาคารเรียนบาลี) ณ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้: ที่มาของมวลสาร (ผงวิเศษ ๕ ชนิด) การสร้างพระแบบโบราณมีจุดเริ่มต้นมาจากการศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติสมถะวิปัสสนากรรมฐาน ผงมวลสารที่ใช้เกิดจากการเขียนและลบสูตรตามคัมภีร์ กัจจายนะ ปทรูปสิทธิ (มูลกัจจายน์) โดยพระภิกษุสามเณร ลำดับการทำผงวิเศษ ๕ ชนิด (ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ก็ใช้ในการสร้างพระ): ผงปฐมัง หรือ ปถมัง (ได้จากการลบสูตรมูลกัจจายน์) ผงอิธะ เจ หรือ อิทธิเจ (นำผงปฐมังมาปั้นเป็นดินสอแล้วเขียนสูตรต่อ) ผงมหาราช (นำผงอิธะ เจ มาทำเป็นดินสอแล้วเขียนตามสูตรมหาราช) ผงพุทธคุณ ผงตรีนิสิงเห ผงวิเศษ (ได้จากการลบผงตรีนิสิงเห ซึ่งเป็นผงที่หลอมรวมสูตรทั้ง ๕) สามเณรที่ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย สาธยายมนต์กัจจายนสูตรได้ทั้งหมด ๖๗๓ สูตร ได้ใช้ดินสอเขียนสูตรและลบสูตรเพื่อเก็บผงเหล่านี้ มวลสารและส่วนผสมอื่น ๆ ใช้ผงพระสมเด็จเกษไชโยที่ชำรุดแตกหักนำมาทำพลีอธิษฐานเป็นผงใหม่ ส่วนผสมอื่น ได้แก่ ปูนเปลือกหอย, ข้าวสุก, กล้วยน้ำว้าสุก (ใช้แทนกาวประสานตามตำราโบราณ), ผงว่านต่าง ๆ ใช้น้ำมนต์มหาจักรพรรดิที่สวดตลอด ๓ วัน ๓ คืน จากวัดป่าพุทธชินวงศาราม จังหวัดพะเยา มีการแนะนำให้พลีมวลสารโดยใส่พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะด้วย เพราะมียันต์ตรีนิสิงเห วัตถุมงคลรุ่น “อริยทรัพย์มหาบารมี” ปี ๒๕๖๗ กำหนดการสร้างวัตถุมงคลมีจำนวนเท่ากับพระธรรมขันธ์คือ ๘๔,๐๐๐ องค์ ต่อแบบ แบบที่ ๑: พระสมเด็จปางชนะมาร (มารวิชัย) มีจำนวนรวม ๘๔,๐๐๐ องค์ แยกเป็น สีขาว, สีดำ, สีแดง, สีเขียว สีละ ๒๐,๐๐๐ องค์ และสีสายรุ้ง ๔,๐๐๐ องค์ คาถาบูชา: "ชินานุภาเวนะ สุคุตโต โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา" แบบที่ ๒: พระสมเด็จพระศรีอริยเมตไตรย (พระเมตไตยะ) มีจำนวนรวม ๘๔,๐๐๐ องค์ แยกเป็น สีขาว, สีดำ, สีแดง, สีเขียว สีละ ๒๐,๐๐๐ องค์ และสีสายรุ้ง ๔,๐๐๐ องค์ คาถาบูชา: "สัพพะเมตตา ศรีอริยเมตไตรย ปารมิตานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม" พิธีกรรมสำคัญ พิธีพลีมวลสาร: จัดในงานเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติ ในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ ๓๑ สิงหาคม และ ๑ กันยายน ๒๕๖๗ ณ มณฑลพิธี มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ในพิธีมีการสาธยายมนต์กัจจายนสูตรโดยพระสงฆ์และสามเณรกว่า ๑๐๐ รูป ส่วนหัวของแท่งดินสอที่ใช้เขียนสูตรและกระดานชนวนจะถูกนำไปบรรจุในองค์เจดีย์ "เตปิฎกสังคีติสิทธาคาร" พิธีปักหมุดไม้มงคล: กำหนดจัดในวันอาทิตย์ ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๗
วิธีการทำผงวิเศษตามตำรา โบราณ
เอกสารนี้เป็นการนำเสนอเกี่ยวกับ การจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่น "อริยทรัพย์มหาบารมี" ปี ๒๕๖๗ เพื่อระดมทุนสร้างอาคาร "เตปิฎกสังคีติสิทธาคาร" (อาคารสังคายนาพระไตรปิฎกและอาคารเรียนบาลี) ณ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ประเด็นสำคัญสรุปได้ดังนี้: ที่มาของมวลสาร (ผงวิเศษ ๕ ชนิด) การสร้างพระแบบโบราณมีจุดเริ่มต้นมาจากการศึกษาพระปริยัติธรรมและปฏิบัติสมถะวิปัสสนากรรมฐาน ผงมวลสารที่ใช้เกิดจากการเขียนและลบสูตรตามคัมภีร์ กัจจายนะ ปทรูปสิทธิ (มูลกัจจายน์) โดยพระภิกษุสามเณร ลำดับการทำผงวิเศษ ๕ ชนิด (ที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ก็ใช้ในการสร้างพระ): ผงปฐมัง หรือ ปถมัง (ได้จากการลบสูตรมูลกัจจายน์) ผงอิธะ เจ หรือ อิทธิเจ (นำผงปฐมังมาปั้นเป็นดินสอแล้วเขียนสูตรต่อ) ผงมหาราช (นำผงอิธะ เจ มาทำเป็นดินสอแล้วเขียนตามสูตรมหาราช) ผงพุทธคุณ ผงตรีนิสิงเห ผงวิเศษ (ได้จากการลบผงตรีนิสิงเห ซึ่งเป็นผงที่หลอมรวมสูตรทั้ง ๕) สามเณรที่ มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย สาธยายมนต์กัจจายนสูตรได้ทั้งหมด ๖๗๓ สูตร ได้ใช้ดินสอเขียนสูตรและลบสูตรเพื่อเก็บผงเหล่านี้ มวลสารและส่วนผสมอื่น ๆ ใช้ผงพระสมเด็จเกษไชโยที่ชำรุดแตกหักนำมาทำพลีอธิษฐานเป็นผงใหม่ ส่วนผสมอื่น ได้แก่ ปูนเปลือกหอย, ข้าวสุก, กล้วยน้ำว้าสุก (ใช้แทนกาวประสานตามตำราโบราณ), ผงว่านต่าง ๆ ใช้น้ำมนต์มหาจักรพรรดิที่สวดตลอด ๓ วัน ๓ คืน จากวัดป่าพุทธชินวงศาราม จังหวัดพะเยา มีการแนะนำให้พลีมวลสารโดยใส่พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะด้วย เพราะมียันต์ตรีนิสิงเห วัตถุมงคลรุ่น “อริยทรัพย์มหาบารมี” ปี ๒๕๖๗ กำหนดการสร้างวัตถุมงคลมีจำนวนเท่ากับพระธรรมขันธ์คือ ๘๔,๐๐๐ องค์ ต่อแบบ แบบที่ ๑: พระสมเด็จปางชนะมาร (มารวิชัย) มีจำนวนรวม ๘๔,๐๐๐ องค์ แยกเป็น สีขาว, สีดำ, สีแดง, สีเขียว สีละ ๒๐,๐๐๐ องค์ และสีสายรุ้ง ๔,๐๐๐ องค์ คาถาบูชา: "ชินานุภาเวนะ สุคุตโต โสตถิ เม โหตุ สัพพะทา" แบบที่ ๒: พระสมเด็จพระศรีอริยเมตไตรย (พระเมตไตยะ) มีจำนวนรวม ๘๔,๐๐๐ องค์ แยกเป็น สีขาว, สีดำ, สีแดง, สีเขียว สีละ ๒๐,๐๐๐ องค์ และสีสายรุ้ง ๔,๐๐๐ องค์ คาถาบูชา: "สัพพะเมตตา ศรีอริยเมตไตรย ปารมิตานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เม" พิธีกรรมสำคัญ พิธีพลีมวลสาร: จัดในงานเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติ ในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ ๓๑ สิงหาคม และ ๑ กันยายน ๒๕๖๗ ณ มณฑลพิธี มหาวชิราลงกรณบาลีเถรวาทราชวิทยาลัย ในพิธีมีการสาธยายมนต์กัจจายนสูตรโดยพระสงฆ์และสามเณรกว่า ๑๐๐ รูป ส่วนหัวของแท่งดินสอที่ใช้เขียนสูตรและกระดานชนวนจะถูกนำไปบรรจุในองค์เจดีย์ "เตปิฎกสังคีติสิทธาคาร" พิธีปักหมุดไม้มงคล: กำหนดจัดในวันอาทิตย์ ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๗
วิจารณ์คาถาอาราธนาธรรม ปาฬิปาโมกข์
นี่คือบทสรุปวิจารณ์คาถาอาราธนาธรรมที่ปรับมาจากข้อความในคัมภีร์พุทธวงศ์: คาถาอาราธนาธรรมที่ว่า "พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี สหมฺปติ กตญฺชลี อนธิวร์ อยาจถ สนฺตีธ สตฺตา อปุปรชกขชาติกา เทเสหิ ธมฺม์ อนุกมฺปิม์ ปช์" ประกอบด้วยฉันทลักษณ์แบบอุปชาติคาถา บาทที่ 1 ("พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี สหมฺปติ") และ บาทที่ 3 ("สนฺตีธ สตฺตา อปุปรชกขชาติกา") เป็นอินทรวงศ์คาถา ซึ่งประกอบด้วย ต ต ช ร คณะ ในทุกบาท ในบาทที่ 3 อนุญาตให้รวมคำว่า "อปุป" เป็น 1 พยางค์ และนับเป็นลหุ เพื่อให้เข้ากับฉันทลักษณ์ของอินทรวงศ์ บาทที่ 2 ("กตญฺชลี อนธิวร์ อยาจถ") เป็นรุจิราคาถา ซึ่งประกอบด้วย ช ภ ส ช คณะ และครุ ในทุกบาท การแก้ไขเป็น "กตฺอญชลี อนุธิวร์ อยาจถ" เพื่อให้เป็นอินทรวงศ์นั้น ไม่ถูกต้องตามคัมภีร์พุทธวงศ์ และทำให้ภาษาวิบัติ เนื่องจากคำว่า "กตญฺชลี" และ "อนธิวร์" ถูกต้องตามลักษณะของรุจิราคาถาและมีคำอธิบายในอรรถกถา บาทที่ 4 ("เทเสหิ ธมฺม์ อนุกมฺปิม์ ปช์") เป็นอินทรวงศ์เช่นเดียวกัน คาถาอาราธนาธรรมที่ใช้ในปัจจุบันมีการปรับเปลี่ยนจาก "เทเสหิ" เป็น "เทเสตุ" และ "กตญฺชลี" เป็น "กตฺอญชลี" รวมถึงเปลี่ยน "อนธิวร์" เป็น "อนุธิวร์" เพื่อให้ต้องคณะฉันท์ตามความเห็นของผู้แก้ไข ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความถูกต้องของพระดำรัสของพระพุทธเจ้าตามฉันทลักษณ์ บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อธำรงรักษาความถูกต้องตามหลักภาษาบาลี
วัตถุมงคลหลวงปู่กวย ๕๕ ปี วัดชิโนรส กทม.
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับ การจัดสร้างวัตถุมงคลที่ระลึก ๕๕ ปี หลวงปู่กวย ชุตินฺธโร ณ วัดชิโนรสาราม วรวิหาร กรุงเทพฯ สรุปได้ดังนี้: 1. วัตถุมงคลและวาระการสร้าง วัตถุมงคลที่ระลึก ๕๕ ปี (พ.ศ. ๒๕๑๒-๒๕๖๖) หลวงปู่กวย ชุตินฺธโร อธิษฐานจิตวัตถุมงคล ณ วัดชิโนรสาราม การอธิษฐานจิตครั้งดั้งเดิม: หลวงปู่กวย ชุตินธโร อธิษฐานจิตวัตถุมงคลภายในพระอุโบสถวัดชิโนรสาราม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๒ การจัดสร้างปัจจุบัน (อนุสรณ์ ๕๕ ปี): จัดสร้างโดย ผศ.ดร.สุธี แก้วเขียว ในนามคณะศิษย์หลวงปู่ทวด หลวงปู่โต หลวงปู่โต๊ะ หลวงปู่กวย พิธีอธิษฐานจิตแบบโบราณ: จัดขึ้นภายในพระอุโบสถ วัดชิโนรสาราม เมื่อวันเสาร์ ที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ วัตถุมงคลที่จัดสร้าง: พระพิมพ์สมเด็จเกศทะลุซุ้ม "โอม สิทธิ" หลังหลวงปู่กวย พระพิมพ์ขุนแผน "โอม สิทธิ" หลังหลวงปู่กวย คำว่า "อะ อุ มะ สิทธิ" (โอม สิทธิ): อะ = อะระหัง (แทนพระพุทธเจ้า) อุ = อุตตมธรรม หรือ อุดมธรรม (แทนพระธรรม) มะ = มหาสังฆะ (แทนพระสงฆ์) 2. มวลสารหลักในการสร้าง ผงพระสมเด็จกรุพระมหาพุทธพิมพ์: หลากหลายพิมพ์ ที่สร้างเมื่อสมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) และบรรจุกรุวัดไชโย วรวิหาร จังหวัดอ่างทอง ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ / ๒๔๐๘ / และ ๒๔๑๑ (ใช้ทั้งส่วนที่บดละเอียดและผงเม็ดหยาบสำหรับฝังในองค์พระ) ว่านชนิดต่าง ๆ: นำมาบดละเอียด โดยมีกล้วยเป็นหลัก และว่านเมตตามหานิยม ผงมวลสารจากวัดชิโนรส ปี ๒๕๑๒ และผงธูป ผงดิน จากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ ดินสี่ทิศ: จากกุฏิหลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด ชนวนมวลสารหลักสร้างพระพิมพ์ขุนแผน: มาจากชนวนสร้างพระกริ่ง “นะโม เม” อนุสรณ์สร้างสมเด็จพระพุทธนวมินทร์ วัดนวมินทรธัมมิกราช ประเทศอินเดีย รวมถึงชนวนโลหะเก่าสมัยสุโขทัย, เหรียญคณาจารย์, ทองคำ, เงินยวงโบราณ, เพชรหน้าทั่ง เป็นต้น 3. รายละเอียดและจำนวนการจัดสร้าง (บางส่วน) พระพิมพ์สมเด็จ "โอม สิทธิ" หลังหลวงปู่กวย: สร้างรวม ๘,๘๗๑ องค์ ตะกรุดทองคำ ฝังมวลสารสมเด็จเกษไชโย: จำนวน ๒๙ องค์ (บูชา ๑,๒๕๐ บาท) ตะกรุดเงิน ฝังมวลสารสมเด็จเกษไชโย: จำนวน ๓๐๐ องค์ (บูชา ๕๕๐ บาท) เนื้อผสมดินกากยายักษ์-ดำ: จำนวน ๒๖๐ องค์ (บูชา ๒๕๐ บาท) พระพิมพ์ขุนแผน "โอม สิทธิ" หลังหลวงปู่กวย: สร้างรวม ๙,๘๗๐ องค์ ตะกรุดทองคำ ฝังมวลสารสมเด็จเกษไชโย: จำนวน ๗๐ องค์ (บูชา ๑,๒๕๐ บาท) เนื้อมหาชนวน "โอม สิทธิ" หลังหลวงปู่กวย: จำนวน ๕๐๐ องค์ (บูชา ๑,๕๕๐ บาท) 4. วัตถุประสงค์ในการบูชาและกิจกรรมอื่น ๆ วัตถุประสงค์ในการบูชา: เพื่อสมทบทุนปรับภูมิทัศน์ วัดนวมินทรธัมมิกราช เมืองนาวาด้า รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย พิธีที่อื่น: ผศ.ดร.สุธี แก้วเขียว ได้ทำพิธีที่อินเดีย ณ พระพุทธเจ้าองค์ดำ และพระพุทธเมตตา ระหว่างวันที่ ๒๙-๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ และทำพิธีที่วัดระฆังโฆสิตาราม วันศุกร์ ที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ คาถาที่ปรากฏ: คาถามหาจักรพรรดิ - อะ อุ มะ สิทธิ
แม่พิมพ์พระสมเด็จ
ประเด็นสำคัญสำหรับไฟล์นี้เกี่ยวกับ พระสมเด็จเกษไชโย กรุพระมหาพุทธพิมพ์ และข้อมูลการสร้างโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สรุปได้ดังนี้: หัวข้อและวัตถุประสงค์ของหนังสือ: หนังสือเรื่อง "พระสมเด็จ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)" รวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ เช่น พิมพ์ ๙ ชั้น, ๗ ชั้น, ๕ ชั้น, ๖ ชั้น และ ๓ ชั้น เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง พระสมเด็จเกษไชโย กรุพระมหาพุทธพิมพ์ (วัดไชโย): จำนวนพิมพ์: มีประมาณ ๑๐๐ กว่าพิมพ์ ประกอบด้วยพิมพ์ ๓ ชั้น (ราว ๓๐ พิมพ์), พิมพ์ ๕ ชั้น (ราว ๕ พิมพ์), พิมพ์ ๖ ชั้น (ราว ๕ พิมพ์), พิมพ์ ๗ ชั้น (ราว ๒๐ พิมพ์), พิมพ์ ๙ ชั้น, และพิมพ์นางพญา (แบบสามเหลี่ยมเจดีย์) วาระการสร้าง: พระสมเด็จชุดนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นกิจจะลักษณะตั้งแต่เริ่มสร้างพระมหาพุทธพิมพ์ในปี พ.ศ. ๒๔๐๐ หลักฐาน พ.ศ. ที่องค์พระ: มีการค้นพบเลข พ.ศ. ปรากฏที่องค์พระในลักษณะตัวเลขจมลงในเนื้อพระ, นูนขึ้นมาจากองค์พระ หรือเขียนที่โลหะปิดองค์พระ การอ้างอิงถึง พ.ศ. ๒๔๐๐: หลักฐานที่ปรากฏหลังองค์พระในพิมพ์พระมหาพุทธพิมพ์ มีการปั๊มคำว่า “พิเศษ” มีรูปปั๊มเป็นภาพโบสถ์ตรงกลาง และตัวเลขไทยว่า ๒๔๐๐ ซึ่งทั้งหมดเป็นตัวจมลงในเนื้อพระ (ตรงกับช่วงที่พระธรรมถาวร (ช่วง) บรรพชาเป็นสามเณรได้ ๒ ปี) การบรรจุ: สร้างเพื่อนำไปบรรจุที่วัดไชโย จังหวัดอ่างทอง ในพระใหญ่ที่ท่านได้สร้างไว้กลางแจ้ง วาระการสร้าง ๘๔,๐๐๐ องค์: มีการสร้างตามวาระต่าง ๆ ได้แก่ กรุพระมหาพุทธพิมพ์ (๒๔๐๐), กรุพระเจดีย์ (๒๔๐๘) และกรุหอระฆัง (๒๔๑๑) ซึ่งมีจำนวนพระ ๘๔,๐๐๐ องค์ ถึง ๓ ครั้งด้วยกัน ที่มาของข้อมูลการสร้าง: พระธรรมถาวร (ช่วง จันทโชติ): เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ศึกษาจากประวัติของพระธรรมถาวร (ช่วง สิงหเสนี) บุตรของนายขำ ซึ่งเป็นศิษย์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ คำบอกเล่าของพระธรรมถาวร: ท่านบอกกับลูกศิษย์ว่า เมื่อท่านบวชเป็นสามเณรได้ ๒ ปี (คือปี พ.ศ. ๒๔๐๐) ท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ จึงได้สร้างพระอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ข้อสันนิษฐานเรื่องแม่พิมพ์พระสมเด็จเกษไชโย: ผู้เขียนตั้งข้อสงสัยว่า แม่พิมพ์พระในระยะแรก ๆ อาจจะแกะจาก เนื้อไม้ ที่มีความแข็งพอสมควร เนื่องจากมีการพบส่วนผสมของเนื้อไม้เป็นหลักในพระสมเด็จเนื้อสีดำบางองค์ สันนิษฐานว่าเมื่อแม่พิมพ์ไม้ชำรุด อาจจะถูกนำไปเผาแล้วนำมาเป็นมวลสารสร้างพระด้วย เช่นเดียวกับการใช้ผงใบลานที่ชำรุด การใช้แม่พิมพ์จากไม้ทำให้เกิดพิมพ์พระที่มีจำนวนมากถึง ๑๐๐ พิมพ์ ตามที่กล่าวไว้ ผู้จัดทำเอกสาร: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุธี แก้วเขียว กรรมการบริษัท เจ้าพระยา เจพีวาย จำกัด
ภาพในหนังสือ พระสมเด็จ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ๒๕๖๐
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับ พระสมเด็จของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมภาพพระสมเด็จหายากเพื่อการศึกษา โดยมีรายละเอียดดังนี้: 1. ข้อมูลหนังสือและวัตถุประสงค์ ชื่อหนังสือ: พระสมเด็จ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัน/ครั้งที่พิมพ์: ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 1 วันที่ 8 กันยายน 2560 วัตถุประสงค์: รวบรวมภาพพระสมเด็จพิมพ์ทรงพิเศษ เช่น พิมพ์ 9 ชั้น, 7 ชั้น, 5 ชั้น, และ 3 ชั้น ที่หาชมได้ยาก เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเรียนรู้พุทธศิลปะที่ทรงคุณค่า 2. ประวัติการสร้างพระสมเด็จโดยสมเด็จโต สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อปี พ.ศ. 2395 ขณะอายุ 65 ปี จากคำบอกเล่าของพระธรรมถาวร (ช่วง จันทโชติ) ซึ่งเป็นศิษย์ของสมเด็จโต คาดการณ์ว่า สมเด็จโตเริ่มสร้างพระอย่างเป็นกิจจะลักษณะประมาณปี พ.ศ. 2400 (หลังบวชสามเณรช่วง 2 ปี) 3. พระสมเด็จเกษไชโย (พระสมเด็จเกศไชโย) พระสมเด็จชุดนี้สร้างที่วัดระฆังโฆสิตาราม บรรจุกรุอย่างเป็นกิจจะลักษณะที่วัดไชโย วรวิหาร จังหวัดอ่างทอง จนได้ชื่อว่า "พระสมเด็จเกษไชโย" หรือ "พระสมเด็จเกศไชโย" (เกตุ แปลว่า ธง/ธงชัย) พิมพ์ที่ประกอบด้วย: พิมพ์ 3, 5, 6, 7, 9 ชั้น และพิมพ์พิเศษ วาระการสร้าง: สร้าง 3 วาระ คือปี พ.ศ. 2400, 2404, 2411 จำนวนพิมพ์: นับรวมพิมพ์พระประมาณ 130-140 พิมพ์ 4. การค้นพบพระสมเด็จวัดเกศไชโย (เพดานโบสถ์) พระที่พบบนเพดานโบสถ์บางองค์มีปั๊ม พ.ศ. และเขียนคำว่า "พิเศษ" มีอยู่ 3 แบบ รูปโบสถ์ มีคำว่า พิเศษ พ.ศ. 2400 รูปเจดีย์ มีคำว่า วัดเกษไชโย พ.ศ. 2408 รูปหอระฆัง มีคำว่า พ.ศ. 2411 พระที่พบบนเพดานโบสถ์ไม่ได้มีแค่พระที่สมเด็จโตสร้าง แต่ยังพบพระที่ท่านเจ้าคุณเกษ เจ้าอาวาสรูปแรกสร้างไว้ระบุ พ.ศ. 2420 และพระรุ่นสร้างเขื่อนไม้ 2485, รุ่นสร้างเขื่อน 2494 และรุ่น 2521 คำบอกเล่าการค้นพบ (พ.ศ. 2521): ช่างบูรณะโบสถ์วัดเกศไชโยในราวปี พ.ศ. 2521 ได้ขึ้นไปบนเพดานโบสถ์ และพบโอ่งขนาดพอประมาณ 7-8 ใบ ภายในมีพระสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เป็นจำนวนมาก 5. ตัวอย่างพิมพ์พระที่กล่าวถึง พระสมเด็จวัดระฆัง: พิมพ์เจดีย์เกศตูม, พิมพ์เกศตูมปรกโพธิ์, พิมพ์เจดีย์ พระสมเด็จเกษไชโย: พิมพ์ B ฐานขนาน, พิมพ์แข้งหมอน, พิมพ์ 7 ชั้น A ใหญ่, พิมพ์ 7 ชั้น ไหล่ตรง, พิมพ์ 7 ชั้น C, พิมพ์ฐานคู่, พิมพ์ 7 ชั้น A เล็ก พิมพ์อื่น ๆ (รวมทั้งพระสมเด็จวัดระฆังและเกศไชโย): พิมพ์เกศตูม, พิมพ์เจดีย์เกศตูม, พิมพ์เจดีย์, พิมพ์ใหญ่ปรกโพธิ์, พิมพ์เกศบัวตูมปรกโพธิ์, พิมพ์ฐานแซมปรกโพธิ์, พิมพ์ใหญ่ (บางองค์ฝังตะกรุด), พิมพ์ขาโต๊ะ (มีทั้งเนื้อเขียวและ 2 เนื้อ), พิมพ์ขุนแผน, พิมพ์นางพญา
พิธีพุทธาภิเษกเหรียญรัชกาลที่ ๕ (ยิ้มรับทรัพย์)
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับ พิธีพุทธาภิเษกเหรียญรัชกาลที่ ๕ (ยิ้มรับฟ้า) และการมอบวัตถุมงคล ณ วัดระฆังโฆสิตาราม สรุปได้ดังนี้: 1. พิธีและวัตถุประสงค์หลัก ชื่อพิธี: พิธีพุทธาภิเษก เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก "ยิ้มรับฟ้า" และวัตถุมงคลชุด "ยิ้มรับฟ้า" วันและสถานที่จัดพิธี: วันศุกร์ ที่ ๑ กันยายน ๒๕๖๖ ณ วิหารสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) วัดระฆังโฆสิตาราม วรมหาวิหาร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร คำกล่าวถึงวัดระฆังฯ: "ไปวัดไหนไม่เหมือนมาวัดระฆัง พอเข้าประตูโบสถ์ พระประธานยิ้มรับฟ้าทุกที" วัตถุประสงค์ของเหรียญ: น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ที่ทรงสถาปนาโรงเรียนฝึกหัดอาจารย์ เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๔๓๕ 2. วัตถุมงคลที่เข้าพิธี เหรียญกษาปณ์รัชกาลที่ ๕: ที่ระลึก ๑๓๐ ปี การสถาปนามหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร พระสมเด็จเกษไชโย (กรุพระมหาพุทธพิมพ์): จัดสร้างโดย เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) บรรจุที่พระมหาพุทธพิมพ์ตามวาระ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๐๐ - ๒๔๑๑ ประกอบด้วยพิมพ์ต่าง ๆ รวมประมาณ ๑๓๐ พิมพ์ พระสมเด็จสวนกุหลาบ: จัดสร้างโดย ดร.ณัฐพนธ์ เกษสาคร (อาจารย์โจ๊ก) พระสมเด็จ อะ อุ มะ สิทธิ (ยิ้มรับฟ้า): จัดสร้างโดย ผศ.ดร.สุธี แก้วเขียว พระสมเด็จ: มีการนำพระสมเด็จคืนสู่วัดระฆังโฆสิตาราม เพื่อบูชาพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) 3. การมอบวัตถุมงคล (ชุด "ยิ้มรับฟ้า") มีการมอบวัตถุมงคล (พระสมเด็จเกษไชโย ชุด "ยิ้มรับฟ้า") ให้แก่บุคคลและคณะดังนี้: ถวายแด่พระสงฆ์: พระเดชพระคุณพระเทพประสิทธิคุณ หลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม (ประธานเจริญพระพุทธมนต์ และอธิษฐานจิตวัตถุมงคล) พระพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และอธิษฐานจิตวัตถุมงคล จำนวน ๙ รูป (ผศ.ดร.สุธี แก้วเขียว มอบพระสมเด็จเกษไชโย แด่หลวงพ่อเจ้าอาวาส จำนวน ๙ องค์) มอบให้บุคคลสำคัญ: รองศาสตราจารย์ ดร.เปรื่อง กิจรัตน์ภร (รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร) ดร.ณัฐพนธ์ เกษสาคร (อาจารย์โจ๊ก) มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (ผู้จัดพิธีพุทธาภิเษกพระสมเด็จสวนกุหลาบ) อาจารย์ศุภกร พินิจวงษ์ (เจ้าของร้านอาหาร “เหนือขัว”) (ผู้ให้บริการรถขนส่งเหรียญกษาปณ์ “ยิ้มรับฟ้า”) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สุธี แก้วเขียว (ผู้ช่วยอธิการบดี และผู้อำนวยการพุทธวิชชาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร) ช่างถ่ายภาพยนตร์ประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) นางสาวหฤทัย แซ่หลู่ (อู่ยิ่งเจียว) 4. การอธิษฐานจิตที่อื่น มีการกล่าวถึงการอธิษฐานจิตวัตถุมงคล ณ วัดชิโนรส กรุงเทพฯ โดยอ้างถึงบารมีสมเด็จโต ๑๕๑ ปี หลวงปู่กวย ชุตินธโร วาระ ๕๕ ปี (๒๕๑๒-๒๕๖๖) (มีภาพต้นแบบอธิษฐานจิตวัดชิโนรส ๒๕๑๒ ประกอบ) มีการเชิญชวนสมทบทุนปรับภูมิทัศน์ วัดนวมินทรธัมมิกราช เมืองนาวาด้า รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย
พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้คือ พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎก และมีเนื้อหาครอบคลุมคัมภีร์หลักในพระอภิธรรม ตลอดจนบทสวดและคำอธิษฐานอื่น ๆ สรุปได้ดังนี้: 1. พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ พระธัมมสังคณี: กล่าวถึงการจำแนกธรรมเป็น กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม (เป็นกลาง) และการเกิดขึ้นของกุศลจิตในกามภูมิพร้อมองค์ประกอบทางจิตต่าง ๆ พระวิภังค์: ว่าด้วยการจำแนกขันธ์ ๕ ได้แก่ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ โดยอธิบายความหมายของรูปขันธ์ว่าคือ รูปทั้งหลายที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ภายใน ภายนอก หยาบ ละเอียด เลว ประณีต ไกล หรือใกล้ รวมกันเข้าเป็นกอง พระธาตุกะถา: กล่าวถึงเรื่องการสงเคราะห์ (สังคโห) และไม่สงเคราะห์ (อะสังคะโห) และการประกอบกัน (สัมปะโยโค) และการไม่ประกอบกัน (วิปปะโยโค) ของธรรม พระปุคคะละปัญญัตติ: ว่าด้วยบัญญัติ ๖ อย่าง คือ ขันธบัญญัติ อายตนะบัญญัติ ธาตุบัญญัติ สัจจบัญญัติ อินทริยบัญญัติ และปุคคละบัญญัติ (บัญญัติเกี่ยวกับบุคคล) และมีการจำแนกบุคคลประเภทต่าง ๆ พระกะถาวัตถุ: กล่าวถึงการถาม-ตอบโต้แย้งในประเด็นทางธรรม เช่น "บุคคลมีอยู่หรือไม่ โดยสัจฉิกัตถะปรมัตถะ" พระยะมะกะ: ว่าด้วยการตั้งคำถามเป็นคู่ ๆ เกี่ยวกับกุศลธรรมและกุศลมูล พระมะหาปัฏฐาน: กล่าวถึงปัจจัย ๒๔ (เหตุปัจจัย, อารัมมณปัจจัย, อธิปติปัจจัย ฯลฯ) 2. บทสวดและคำอธิษฐานท้ายคัมภีร์ โพชฌังคปริตร: เป็นบทสวดกล่าวถึงโพชฌงค์ ๗ (ธรรมเป็นองค์แห่งการตรัสรู้) และกล่าวถึงอานุภาพที่ทำให้พระโมคคัลลานะ, พระกัสสปะ, และพระพุทธเจ้าหายจากอาพาธ เทวตาทิสสทักขิณานุโมทนาคาถา (พร้อมคำแปล): เป็นคาถาและคำแปลที่สอนให้กุลบุตรผู้เป็นบัณฑิตบำเพ็ญทานแก่ผู้มีศีลและอุทิศบุญให้เทวดา ณ สถานที่นั้น เพื่อให้เทวดาอุปถัมภ์คุ้มครองและนำมาซึ่งความเจริญ คำอธิษฐานนั่งสมาธิ: เป็นบทระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย คุณบิดามารดา ครูบาอาจารย์ และอธิษฐานให้จิตรวมเป็นสมาธิโดยบริกรรม "พุทโธ ธัมโม สังโฆ" คำแผ่เมตตา (สัพเพ สัตตา): ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่มีเวร ดำรงชีพเป็นสุข และขอให้สัตว์ทั้งสิ้นมีส่วนได้รับผลบุญที่ได้บำเพ็ญแล้ว ข้อความส่งเสริม: "อภิธัมมศาสตร์พัฒนาตน สร้างคนดี มีปัญญา พัฒนาชุมชนท้องถิ่น"
พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้คือ พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพระไตรปิฎก และมีเนื้อหาครอบคลุมคัมภีร์หลักในพระอภิธรรม ตลอดจนบทสวดและคำอธิษฐานอื่น ๆ สรุปได้ดังนี้: 1. พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ พระธัมมสังคณี: กล่าวถึงการจำแนกธรรมเป็น กุศลธรรม อกุศลธรรม และอัพยากตธรรม (เป็นกลาง) และการเกิดขึ้นของกุศลจิตในกามภูมิพร้อมองค์ประกอบทางจิตต่าง ๆ พระวิภังค์: ว่าด้วยการจำแนกขันธ์ ๕ ได้แก่ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์ โดยอธิบายความหมายของรูปขันธ์ว่าคือ รูปทั้งหลายที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ภายใน ภายนอก หยาบ ละเอียด เลว ประณีต ไกล หรือใกล้ รวมกันเข้าเป็นกอง พระธาตุกะถา: กล่าวถึงเรื่องการสงเคราะห์ (สังคโห) และไม่สงเคราะห์ (อะสังคะโห) และการประกอบกัน (สัมปะโยโค) และการไม่ประกอบกัน (วิปปะโยโค) ของธรรม พระปุคคะละปัญญัตติ: ว่าด้วยบัญญัติ ๖ อย่าง คือ ขันธบัญญัติ อายตนะบัญญัติ ธาตุบัญญัติ สัจจบัญญัติ อินทริยบัญญัติ และปุคคละบัญญัติ (บัญญัติเกี่ยวกับบุคคล) และมีการจำแนกบุคคลประเภทต่าง ๆ พระกะถาวัตถุ: กล่าวถึงการถาม-ตอบโต้แย้งในประเด็นทางธรรม เช่น "บุคคลมีอยู่หรือไม่ โดยสัจฉิกัตถะปรมัตถะ" พระยะมะกะ: ว่าด้วยการตั้งคำถามเป็นคู่ ๆ เกี่ยวกับกุศลธรรมและกุศลมูล พระมะหาปัฏฐาน: กล่าวถึงปัจจัย ๒๔ (เหตุปัจจัย, อารัมมณปัจจัย, อธิปติปัจจัย ฯลฯ) 2. บทสวดและคำอธิษฐานท้ายคัมภีร์ โพชฌังคปริตร: เป็นบทสวดกล่าวถึงโพชฌงค์ ๗ (ธรรมเป็นองค์แห่งการตรัสรู้) และกล่าวถึงอานุภาพที่ทำให้พระโมคคัลลานะ, พระกัสสปะ, และพระพุทธเจ้าหายจากอาพาธ เทวตาทิสสทักขิณานุโมทนาคาถา (พร้อมคำแปล): เป็นคาถาและคำแปลที่สอนให้กุลบุตรผู้เป็นบัณฑิตบำเพ็ญทานแก่ผู้มีศีลและอุทิศบุญให้เทวดา ณ สถานที่นั้น เพื่อให้เทวดาอุปถัมภ์คุ้มครองและนำมาซึ่งความเจริญ คำอธิษฐานนั่งสมาธิ: เป็นบทระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย คุณบิดามารดา ครูบาอาจารย์ และอธิษฐานให้จิตรวมเป็นสมาธิโดยบริกรรม "พุทโธ ธัมโม สังโฆ" คำแผ่เมตตา (สัพเพ สัตตา): ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่มีเวร ดำรงชีพเป็นสุข และขอให้สัตว์ทั้งสิ้นมีส่วนได้รับผลบุญที่ได้บำเพ็ญแล้ว ข้อความส่งเสริม: "อภิธัมมศาสตร์พัฒนาตน สร้างคนดี มีปัญญา พัฒนาชุมชนท้องถิ่น"
พระหลวงพ่อเงิน
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวกับ พระหลวงพ่อเงิน ที่จัดสร้างโดย คุณทวดวัน (ช่างสตรีผู้สร้างรูปหล่อและเหรียญหลวงพ่อเงิน) สรุปได้ดังนี้: วัสดุที่ใช้ในการสร้าง: พระหลวงพ่อเงินสร้างด้วยโลหะสองชนิด คือ เงิน และ ทองเหลือง วัตถุประสงค์เริ่มแรกของวัด: เดิมทีหลวงพ่อและทางวัดประสงค์จะสร้างด้วยทองเหลืองเท่านั้น ที่มาของการสร้างเนื้อเงิน: คุณทวดวันได้ขออนุญาตหลวงพ่อสร้างด้วยเงินเพิ่มเติมเป็นพิเศษ นอกเหนือจากที่วัดต้องการ เหตุผลในการสร้างเนื้อเงิน: ช่างให้เหตุผลว่าต้องการใช้โลหะที่พ้องกับงานเพื่อความเป็นสิริมงคล และประสงค์จะนำไปแจกผู้ใหญ่และญาติ ๆ ในกรุงเทพฯ จำนวนการสร้าง: เนื้อเงินมีการสร้างจำนวนหนึ่งในทุกพิมพ์ แต่รวมกันแล้วไม่เกิน ๑๐๐ องค์ ส่วนเนื้อทองเหลืองมีประมาณหลักพัน ที่มาของข้อมูล: ข้อความนี้มาจากหนังสืออนุสรณ์งานศพคุณสุจิตรา แสงเดือน (ชาวบ้านช่างหล่อหลานของคุณยายวัน สุทัศน์ ช่างหล่อพระหลวงพ่อเงิน) ข้อมูลนี้ได้จากหนังสือ SIAM OF AMULET ฉบับที่ 23 ปีพุทธศักราช 2556 ข้อมูลติดต่อ: เมย์ (吴映娇) โทร. 089-967-6629
พระสมเด็จหฤทัย (อู่ยิ่งเจียว)
หัวข้อหลักของไฟล์นี้คือ การเปิดให้บูชาพระสมเด็จพิมพ์สวยพิเศษ และ พระสมเด็จ (เกษไชโย I Love You) โดยมีรายละเอียดดังนี้: วัตถุประสงค์หลัก: เปิดให้บูชาพระสมเด็จ (พิมพ์สวยพิเศษ) สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปบูชาติดตัว เป็นกรณีพิเศษ และเปิดให้บูชาพระสมเด็จ (เกษไชโย I Love You) รวมถึงพระสมเด็จสภาพเดิมที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งาน ประเภทของพระที่เปิดให้บูชา: พระสมเด็จ (พิมพ์สวยพิเศษ) โดยมีหมายเลขกำกับตั้งแต่ ๑ ถึง ๑๐ พระสมเด็จ (เกษไชโย I Love You) สภาพเดิม ยังไม่เคยผ่านการใช้ พระสมเด็จสภาพสวยสมบูรณ์ ทันยุคสมัยของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ข้อมูลการติดต่อและการชำระเงิน: ชื่อบัญชีสำหรับโอนเงินคือ หฤทัย แซ่หลู่ ธนาคารกสิกรไทย หมายเลขบัญชี 849-2-07553-2 ผู้ติดต่อ ได้แก่ ดร.สุธี แก้วเขียว และ เมย์ (อู่ยิ่งเจียว)
พระสมเด็จวัดระฆัง-กรุบางขุนพรหม
หัวข้อหลักของไฟล์นี้คือ พระสมเด็จวัดระฆัง (กรุบางขุนพรหม) โดยมีรายละเอียดดังนี้: ชื่อพระเครื่อง: พระสมเด็จวัดระฆัง (กรุบางขุนพรหม) สถานที่บรรจุกรุ: บรรจุที่วัดใหม่อมตรส สภาพพระ: เป็นพระที่ไม่มีคราบกรุ และยังอยู่ในสภาพเดิม ค่านิยมบูชา: องค์แรกมีค่านิยมบูชา 3 ล้านบาท องค์ที่สองมีค่านิยมบูชา 5 ล้านบาท องค์ที่สามมีค่านิยมบูชา 2.5 ล้านบาท
พระสมเด็จนวโลกุตระ
หัวข้อหลักของไฟล์นี้คือ พระสมเด็จนวโลกุตระ ซึ่งเป็นพระสมเด็จอันทรงคุณค่ายิ่ง ที่มอบให้เนื่องในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ความหมายอันทรงคุณค่าและเจตนา: เลข ๙ หมายถึง นวโลกุตรธรรม ๙ คือ มรรค ๔, ผล ๔ และ นิพพาน ๑ เลข ๕ หมายถึง ขันธ์ ๕ และการพุทธาภิเษกในวัน เสาร์ ๕ (1 เมษายน 2560) เลข ๘ หมายถึง มรรคมีองค์แปด ได้แก่ ศีล, สมาธิ, ปัญญา เลข ๐ หมายถึง อนัตตาธรรม คือ ความว่าง ความหลุดพ้น คาถาบูชาพระสมเด็จนวโลกุตระ: คาถาบูชาที่ให้มาคือบทสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ และบทสวดตามหลักธรรม โดยให้ตั้งนะโม 3 จบก่อน บทสรรเสริญพระพุทธคุณ (อิติปิ โส ภะคะวา): อิติปิ โส ภะคะวา, อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ, วิชชาจะระณะสัมปันโน, สุคะโต โลกะวิทู, อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, สัตถา เทวะมะนุมสสานัง, พุทโธ ภะคะวาติฯ บทตามหลักธรรม (อะ สัง วิ สุ โล): อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ ภะ พุ สะ ปุ โล สุ วิ สัง อะ ผู้มอบ: พระสมเด็จนวโลกุตระนี้มอบให้ด้วยไมตรีจิต โดย ดร.สุธี แก้วเขียว จากวิทยาลัยการฝึกหัดครู / คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
พระสมเด็จเกษไชโย กรุพระมหาพุทธพิมพ์
วข้อหลักของไฟล์นี้คือ พระสมเด็จเกษไชโย กรุพระมหาพุทธพิมพ์ วัดไชโย วรวิหาร จังหวัดอ่างทอง โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้: ผู้จัดสร้าง: เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ช่วงเวลาบรรจุ: บรรจุที่พระมหาพุทธพิมพ์ตามวาระ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2400 ถึง 2411 พิมพ์พระ: ประกอบด้วยพิมพ์ต่าง ๆ เช่น 3 ชั้น, 5 ชั้น, 6 ชั้น, 7 ชั้น, 9 ชั้น และพิมพ์พิเศษ จำนวนพิมพ์รวม: รวมแล้วประมาณ 130 พิมพ์ ที่มาของพระ: ครูบาอาจารย์เก็บไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 สภาพพระ: พระส่วนใหญ่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และงดงาม ข้อมูลเพิ่มเติมและการติดต่อ: สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ YouTube อ.ณัฐพนธ์ เกษสาคร และติดต่อสอบถามได้ที่ ดร.สุธี แก้วเขียว (มีช่องทางติดต่อทาง LINE ด้วย)
พระร่วงหลังรางปืน กรุวัดพระปรางค์ พิมพ์นิยม
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวกับ พระร่วงหลังรางปืน กรุวัดพระปรางค์ (วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ราชวรวิหาร) จังหวัดสุโขทัย สรุปได้ดังนี้: 1. ประวัติวัดพระปรางค์ (วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ) เป็นวัดโบราณสร้างมาตั้งแต่สมัยเมืองเชลียง (ประมาณ 800 ปีมาแล้วเป็นอย่างต่ำ) ถูกพม่าเผาผลาญ 3 ครั้ง ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และกลายเป็นวัดร้างจนถึง พ.ศ. 2497 จึงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ เป็นต้นกรุของพระพิมพ์เนื้อชินที่ชื่อว่า “พระร่างหลังรางปืนสนิมแดง” ได้รับยกขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2501
พระพิมพ์ช่างสิบหมู่-สวยงามมาก
ไฟล์ที่คุณกำลังดูอยู่นี้มีหัวข้อหลักคือ "สืบสานตำนานพระสวย เพื่อศึกษาและสะสม" ซึ่งหัวข้อนี้ปรากฏซ้ำในทุกหน้าของเอกสาร
พระผงสุพรรณ+ซุ้มกอ ยุคต้น
ระเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวข้องกับพระเครื่องสององค์ที่มีค่านิยมสูง ได้แก่ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม ยุคต้น และ พระกำแพงเพชร ซุ้มกอ "องค์งามจักรวาล" สรุปได้ดังนี้: 1. พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าหนุ่ม ยุคต้น มีหลักฐานจากใบลานทองที่บันทึกเกี่ยวกับพระผงสุพรรณ ซึ่งถูกค้นพบในเจดีย์ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุพรรณบุรี หลักฐานที่พบระบุอย่างชัดเจนว่าพระองค์นี้เป็น พระผงสุพรรณ "ยุคต้น" อย่างแท้จริง เป็นพิมพ์หน้าหนุ่ม ค่านิยมอยู่ที่ 3,000,000 Baht
พระธรรมถาวร (ช่วง)
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวกับชีวประวัติและบทบาทของ พระธรรมถาวร (ช่วง จันทโชติ) วัดระฆังโฆสิตาราม และข้อมูลที่ท่านถ่ายทอดเกี่ยวกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ตลอดจนเรื่องราวของ หลวงปู่หิน วัดระฆังฯ สรุปได้ดังนี้: 1. ประวัติพระธรรมถาวร (ช่วง จันทโชติ) วัดระฆังฯ พื้นเพและศิษย์สมเด็จโต: เกิด 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2386 ที่ตำบลบางระบาด อำเภอตลิ่งชัน บิดา (นายขำ) นำมาฝากเป็นศิษย์สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ตั้งแต่ท่านอายุ 3 ปี คำทำนายสมเด็จโต: สมเด็จโตทำนายว่าเด็กคนนี้มีวาสนาทางพระถึงขั้นพระราชาคณะ และชมว่า "เจ้าช่วง เอ็งมีสติปัญญาสอนง่ายกว่าเจ้าขำพ่อของเอ็ง" การอุปสมบท: อุปสมบทเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2407 ณ พัทธสีมา วัดมณฑป คลองบางระบาด โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เป็นพระอุปัชฌายะ ได้ฉายาว่า "จันทโชติ" การศึกษาและวิชาความรู้: กลับมาอยู่วัดระฆังฯ เรียนปริยัติธรรมกับสมเด็จโต เก่งทางเทศน์ สวดมนต์แม่นยำ และได้รับถ่ายทอดวิชาไสยศาสตร์เวทย์มนต์จากสมเด็จโตจนหมดสิ้น
พระคาถามหาสันติงหลวง (แบบย่อ)
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้คือ พระคาถามหาสันติงหลวง (แบบย่อ) ซึ่งเป็นมนต์สำหรับระงับเหตุร้ายทั้งปวง โดยมีเนื้อหาหลักเป็นบทสวดและคำอวยพร: ชื่อคาถา: พระคาถามหาสันติงหลวง วัตถุประสงค์: มนต์สำหรับระงับเหตุร้ายทั้งปวง อานิสงส์: ผู้ที่กล่าวหรือฟังจะได้รับความสงบ (สันติ), ได้รับความสวัสดี (โสตถิ), ได้อายุ (อายุง), ได้ความสุข (สุขัง), และได้บุตร (ปุตตัง) การอ้างอิงถึงพระพุทธเจ้าในอดีต (บางส่วน): ตัณหังกะโร มะหาวีโร มังคะโล นามะ สัมพุทโธ อะโนมะทัสสี สัมพุทโธ ปะทุมุตตะโร มะหามุนิ สุเมโธ นามะ สัมพุทโธ ปิยะทัสสี มะหามุนิ สิทธัตโถ นามะ สัมพุทโธ สิขี นาเมสะ นายะโก โคตะโม สักกะยะวัฑฒะโน (พระสมณโคดม) เมตเตยโย เทวะปูชิโต (พระศรีอาริยเมตไตรย)
พระกรุเขาพนมเพลิง
ประเด็นสำคัญสำหรับไฟล์นี้ คือเรื่อง พระกรุเขาพนมเพลิง (อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย) โดยมีรายละเอียดดังนี้: ที่มาของชื่อวัดเขาพนมเพลิง: ปรากฏในพงศาวดารเหนือ ตอนตำนานการสร้างเมืองสวรรคโลก โดยมีฤษีสัชนาลัยกล่าวกับบาธรรมราชว่า "สูเจ้าจงเอาพนมเพลิงเข้าไปในเมือง ที่เป็นที่สร้างพรตบูชากูณฑ์..." ที่ตั้งและลักษณะทางกายภาพของวัดเขาพนมเพลิง: ตั้งอยู่บนยอดเขากลางเมืองศรีสัชนาลัย มีบันไดทางขึ้นก่อด้วยศิลาแลง จำนวน 114 ขั้น มีร่องรอยของอาคารประเภทศาลาสำหรับแวะพักอยู่สองข้างบันได โบราณสถานที่สำคัญภายในวัด: เจดีย์ประธาน: เป็นเจดีย์ทรงระฆังสมัยสุโขทัยระยะหลัง วิหารโถง: ขนาด 14x20 เมตร อยู่ทางทิศตะวันออกของเจดีย์ประธาน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย มณฑปขนาดใหญ่ (ศาลเจ้าแม่ละอองสำลี): อยู่ด้านหลังวัด เป็นมณฑปผังรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาก่อด้วยศิลาแลงเป็นทรงจั่ว
พระกริ่งเทพโมฬี (สนธิ์)
ประเด็นสำคัญของไฟล์นี้เกี่ยวกับพระกริ่ง "เทพโมลี" มีดังนี้: พระกริ่ง "เทพโมลี" สร้างโดย พระศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์ ยติธโร) หรือที่มักเรียกนามของท่านว่า “เจ้าคุณศรีสนธิ์” วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ ถือเป็นพระกริ่งรุ่นแรก ของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (แพ ติสฺสเทวมหาเถร) สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ. 2441-2442 ลักษณะเด่น คือ มีความงดงามของพุทธศิลปะและความศักดิ์สิทธิ์ โดยมีพุทธลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนพระกริ่งอื่น พระกริ่งเทพโมลีในภาพนี้ จัดสร้างโดยพระศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์ ยติธโร) ในประมาณปี 2480-2481 จัดสร้างโดยเลียนแบบ พระกริ่งเทพโมลี (รุ่นแรก) ของสมเด็จสังฆราชแพ (ติสฺสเทวมหาเถร) ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่าน ผู้แต่งพระกริ่ง คือ อาจารย์นิรันดร์ (หนู) แดงวิจิตร
ประวัติ ๙ พญานาคราช
ต่อไปนี้คือสรุปประวัติโดยย่อของพญานาคราช ๙ องค์ตามที่กล่าวถึงในเอกสาร: พญาอนันตนาคราช: เป็นพาหนะคู่บารมีของพระนารายณ์ เดิมชื่อ พญาเศษะนาคราช เป็นโอรสองค์แรกของพระกัศยปะและนางกัทรุ มี ๑,๐๐๐ เศียร ขดร่างเป็นแท่นให้พระนารายณ์บรรทมใต้เกษียรสมุทร
บทเสริม หนังสือพระสมเด็จฯ ปี ๒๕๖๐
บทสรุปของ "บทเสริม หนังสือ พระสมเด็จ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)" มีดังนี้: สาระสำคัญเกี่ยวกับพระสมเด็จเกษไชโย (ชุดบรรจุกรุ): ที่มาและการเรียกชื่อ: พระสมเด็จชุดนี้รวบรวมมาจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระที่วัดไชโย วรวิหาร (หรือ "วัดเกษไชโย") และได้ชื่อว่า "พระสมเด็จเกษไชโย" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 ลักษณะพิเศษ: ส่วนใหญ่เป็นพิมพ์ทรงพิเศษที่หาชมได้ยาก ได้แก่ พิมพ์ 9 ชั้น, 7 ชั้น, 5 ชั้น, 6 ชั้น และ 3 ชั้น มีความสวยงามประณีต และมีลักษณะพิเศษคือ "ความบาง" ซึ่งบางกว่าพระสมเด็จทั่วไป โดยบางองค์บางเท่ากับบัตรเอทีเอ็ม สกุลช่าง: สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของช่างอู่ต่อเรือที่สร้างพิมพ์พระชุดนี้ถวายสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ผู้เขียนได้ตั้งชื่อช่างท่านนี้ว่า "ช่างติ่ง" เอกลักษณ์ช่างติ่ง: คือ "ติ่ง" หรือ "เดือยไก่" แหลม ๆ ที่ยื่นออกจากซุ้มด้านซ้ายมือของเรา บริเวณฐานพระชั้นที่ 2 ในพิมพ์ 7 ชั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จงใจทำไว้ และพบในพระชุดนี้จำนวนมาก
บทความพระสมเด็จเกษไชโย
บทความพิเศษนี้ว่าด้วยพระสมเด็จเกษไชโย โดยเป็นบทความเชิงอัตวิสัย ประวัติการสร้างพระสมเด็จโดยสมเด็จโต สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อปี พ.ศ. 2395 ขณะอายุ 65 ปี มีการคาดการณ์ว่าท่านเริ่มสร้างพระอย่างเป็นกิจจะลักษณะในปี พ.ศ. 2400 การสร้างพระสมเด็จในช่วงแรก ๆ อาจจะมีการใช้ผงที่เกิดจากการเขียนสูตรในคัมภีร์บาลี ท่านสร้างพระและบูรณะวัดไชโย จังหวัดอ่างทอง ประมาณ 10 ปี จนถึงปี 2411 พระที่วัดไชโยเรียกว่า "อุทเทสิกเจดีย์" สร้างเพื่อบรรจุในพระมหาพุทธพิมพ์ ท่านสร้างพระสำหรับบรรจุวัดไชโย 2 วาระ ครั้งละ 84,000 องค์ พระสมเด็จที่บรรจุวัดไชโยถือเป็นพระที่มีประวัติการสร้างเป็นกิจจะลักษณะเป็นครั้งแรกและมีจุดมุ่งหมายเพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา ปี พ.ศ. 2407 สมเด็จโตได้รับสถาปนาเป็นพระสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นสมเด็จรูปที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ พระสมเด็จพิมพ์ 7 ชั้น และพิมพ์ขาโต๊ะ ด้านหลังปั๊มเจดีย์ มีข้อความว่า “วัดเกษไชโย วรวิหาร 2408” น่าจะกล่าวได้ว่าเป็นรุ่นสมโภชสมเด็จหรือ "รุ่นเลื่อน" คำว่า "พระสมเด็จ" มาจากคำว่า "พระของสมเด็จ" ที่หมายถึงพระที่เจ้าประคุณสมเด็จโตฯ เป็นผู้สร้าง
บทความเชิงอัตวิสัย
สรุปบทความเชิงอัตวิสัยเรื่อง "พระสมเด็จเกษไชโย กรุพระมหาพุทธพิมพ์" มีดังนี้: จุดเริ่มต้นของการสร้างพระสมเด็จ: สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามในปี พ.ศ. 2395 ท่านเริ่มสร้างพระอย่างเป็นกิจจะลักษณะประมาณปี พ.ศ. 2400 โดยคาดว่าสร้างเรื่อยมาจนถึงปี 2414-2415 การสร้างพระในช่วงแรกอาจใช้ผงที่เกิดจากการเขียนสูตรในคัมภีร์บาลีไวยากรณ์ (มูลกัจจายน์)
เนื้อเมฆสิทธิ์-เหรียญเกจิ-เครื่องราง
สืบสานตำนาน หลวงปู่ศุข+หลวงปู่ทับ (เนื้อเมฆสิทธิ์) สืบสานตำนาน หลวงปู่ศุข เนื้อสัมฤทธิ์ (ตัดชิด) สืบสานตำนาน หลวงปู่ทับ (เนื้อเมฆสิทธิ์) มีแบบเม็ดกระดุม มีแบบเม็ดกระดุมมีตุ่ม สืบสานตำนาน (เนื้อเมฆสิทธิ์) เหรียญหล่อ หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก พระกริ่ง สมเด็จฯแพ พิมพ์แต่ง เหรียญหลวงปู่ทิม เนื้อนวะ หน้ากากเงิน ปี ๒๕๑๘ ที่ระลึกฉลองอายุครบรอบ พระครูภาวนาภิรัต เหรียญหลวงปู่ทิม เนื้อทองแดงผิวไฟ ปี ๒๕๑๘ ที่ระลึกฉลองอายุครบรอบ พระครูภาวนาภิรัต (ทิม) วัดละหารไร่ ระยอง ๑๖ มิ.ย.๒๕๑ เหรียญห่วงเชื่อมหลวงปู่ทิม ลงยากรรมการ ปี ๒๕๑๘ หลวงปู่ทิม อิสริโก ระยอง เขี้ยวเสือใหญ่ งาแกะ หนุมานคู่
ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล
สรุปความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล ๑๖ ประการ และคำทำนายของพระพุทธเจ้า เอกสารนี้กล่าวถึงความฝัน ๑๖ ประการของพระเจ้าปเสนทิโกศล พร้อมคำทำนายของพระพุทธเจ้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการทำนายถึงความเสื่อมของโลกและศีลธรรมของมนุษย์ในอนาคต
ความเป็นมาพระสมเด็จ
หนังสือ "พระสมเด็จ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)" เล่มนี้ เกิดจากแรงบันดาลใจและศรัทธาต่อท่านเจ้าประคุณสมเด็จฯ วัดระฆังโฆสิตาราม ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคกรุงรัตนโกสินทร์ และเป็นหนังสือเล่มแรกที่รวบรวมพิมพ์พระสมเด็จจากกรุพระมหาพุทธพิมพ์ที่เก็บไว้ในเพดานโบสถ์ การสร้างพระสมเด็จมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา หรือเป็นอุทเทสิกเจดีย์ เพื่อรำลึกถึงพระคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ข้อมูลพระสมเด็จ-บทความพิเศษ
บทสรุปของเอกสาร "ข้อมูลพระสมเด็จ-บทความพิเศษ.pdf" มีดังนี้: เอกสารนี้เกี่ยวข้องกับการสร้าง พระสมเด็จพรหมรังสี วัดน้อย จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อเป็นอนุสรณ์ ๑๕๐ ปี แห่งมรณกาลของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พฺรหฺมรํสี) (พ.ศ. ๒๔๑๕-๒๕๖๕) โดยได้รวบรวมมวลสารจากพระสมเด็จวัดไชโย จังหวัดอ่างทองที่ชำรุดแตกหัก และนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกมวลสาร ณ วิหารสมเด็จโต วัดระฆังโฆสิตาราม เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
กรรมและภูมิ อายุของสัตว์
เอกสารนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรพุทธอภิธัมมศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร รายวิชา กรรม และภูมิ รหัสวิชา 1752101 จำนวน 3(3-0-6) หน่วยกิต เนื้อหารายวิชาครอบคลุม: -ภพภูมิ, ความเป็นอยู่แต่ละภูมิ, บุคคลกับภูมิ, กำเนิด 4, อายุของสัตว์ในแต่ละภูมิ -กรรมประเภทต่าง ๆ และการส่งผลของกรรม, ความตาย 4 ประเภท, มรณาสันนวิถี, และอารมณ์ของสัตว์ก่อนตาย
